Share This Article
เชื่อว่าหลายบ้านน่าจะกำลังมองหากิจกรรมเสริมทักษะให้ลูกๆ กันอยู่ใช่ไหมคะ? ยิ่งในยุคที่เด็กๆ เติบโตมาพร้อมกับหน้าจอ การดึงลูกออกมาสู่โลกแห่งความจริงที่จับต้องได้ แถมยังช่วยฝึกสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ได้ด้วยเนี่ย “ศิลปะ” มักจะเป็นช้อยส์แรกๆ ที่แม่นึกถึงเสมอค่ะ
วันนี้แม่เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ตรงจากการพาลูกๆ ทั้งสองคน “น้องดีดี้” และ “น้องลูฟวร์” ไปเปิดโลกศิลปะที่สถาบัน Global Art ค่ะ ซึ่งขอบอกเลยว่างานนี้มีเรื่องราวหักมุมเล็กๆ ที่ทำให้แม่ประทับใจในความยืดหยุ่นและการเข้าใจเด็กของที่นี่มากๆ เรื่องราวจะเป็นยังไง ตามมาอ่านกันเลยค่ะ


จุดเริ่มต้น: เพราะลูกแต่ละคน…ไม่เหมือนกัน
ย้อนกลับไปตอนแรกที่ตัดสินใจพาน้องๆ ไปสมัครเรียนที่ Global Art ความตั้งใจแรกของแม่คืออยากให้ลูกได้ฝึกวาดรูป ระบายสี เหมือนคลาสศิลปะทั่วๆ ไปค่ะ เราก็จัดการสมัครคอร์ส Drawing พื้นฐานให้ทั้งคู่เลย ทั้งน้องดีดี้และน้องลูฟวร์ เพราะคิดว่า “เอ้อ เรียนเหมือนกัน พี่น้องจะได้ช่วยกันดู ไปพร้อมกัน ง่ายดี”
แต่ความเป็นจริงของการเลี้ยงลูก…มันไม่ได้ง่ายแบบนั้นเสมอไปค่ะ (คุณแม่หลายท่านน่าจะเข้าใจดี 555+)
ในช่วงแรก น้องดีดี้ ดูจะมีความสุขดีกับการจับดินสอ การลากเส้น การฝนเงาแสงเงา เธอดูมีสมาธิและจดจ่อได้ดี แต่ตัดภาพมาที่ น้องลูฟวร์… ลูกชายตัวแสบของเรากลับเริ่มส่งสัญญาณว่า “ผมไม่จอยครับแม่”
ลูฟวร์เริ่มงอแง ไม่อยากเข้าคลาสวาดรูป เขาบอกว่ามันยาก เกร็งมือ ไม่สนุกเลย ตอนนั้นแม่ก็แอบกังวลนะ ว่าเอ๊ะ หรือลูกเราจะไม่มีหัวทางศิลปะ? หรือเราควรจะหยุดแค่นี้? แต่สิ่งที่แม่ประทับใจมากคือ Global Art เขาไม่ปล่อยผ่านปัญหานี้ค่ะ คุณครูสังเกตเห็นและเข้ามาคุยกับแม่ แนะนำว่า “น้องอาจจะไม่ชอบวาด 2 มิติ ลองเปลี่ยนมาเป็นงานปั้น 3 มิติไหมคะ?”
และนั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้แม่ค้นพบว่า Global Art คือคำตอบที่ใช่สำหรับบ้านเราจริงๆ





เมื่อ “ลูฟวร์” ค้นพบโลกใบใหม่กับ G-Clay (ดินเบา)
พอลองเปลี่ยนคอร์สให้ลูฟวร์จาก Drawing มาเป็น G-Clay (การปั้นดินเบา) เชื่อไหมคะว่าเหมือนเปลี่ยนคนละคนเลย! จากเด็กที่นั่งถอนหายใจหน้ากระดาษวาดรูป กลายเป็นเด็กที่ตาวาว พลังล้นเหลือทันทีที่ได้สัมผัสดิน
ที่ Global Art เขาใช้ดินเบาเกรดพรีเมียม สีสันสดใส สัมผัสนุ่มมือ และที่สำคัญคือปลอดภัยสำหรับเด็กค่ะ ลูฟวร์สนุกกับการผสมสีดิน ปั้นเป็นรูปทรงต่างๆ จากก้อนกลมๆ ธรรมดา กลายมาเป็นผลงานที่แม่เห็นแล้วต้องร้องว้าว
“แม่ครับ ดูนี่สิ!” คือประโยคที่ลูฟวร์พูดบ่อยมากเวลาไปรับ
ลูฟวร์กลายเป็นเจ้าพ่อแห่งวงการอาหารจิ๋วค่ะ (ฮา) เขาชอบปั้นของกินมากกกก ผลงานแต่ละชิ้นเก็บรายละเอียดได้ดีจนน่าตกใจ ไม่ว่าจะเป็น “เซ็ตแฮมเบอร์เกอร์” ที่มีทั้งขนมปังงา เฟรนช์ฟรายส์ และแก้วน้ำอัดลม หรือจะเป็น “พิซซ่าถาดโต” ที่โรยหน้าเปปเปอโรนีสีแดงสด ตัดกับชีสสีเหลืองเยิ้มๆ เห็นแล้วหิวจริงจังเลยค่ะ หรือแม้แต่ “ทาโก้” ไส้แน่นผักล้นๆ เขาก็ทำออกมาได้สมจริงมาก


แต่ที่แม่ภูมิใจที่สุด คงเป็นโปรเจกต์ใหญ่ช่วงเทศกาลที่ผ่านมา ลูฟวร์ตั้งใจปั้น “ต้นคริสต์มาสขนาดยักษ์” (สำหรับเด็กตัวแค่นี้ มันใหญ่มากนะ!) เขาค่อยๆ ปั้นใบสนทีละชั้นๆ ติดของตกแต่งลูกบอลหลากสี ดาวดวงโตบนยอด ผลงานชิ้นนี้แม่เห็นเลยว่าต้องใช้ความพยายามและความอดทนสูงมาก แต่ลูฟวร์ทำด้วยรอยยิ้ม
สิ่งที่แม่สังเกตเห็นได้ชัดเจนคือ “สมาธิ” (Concentration) ค่ะ จากเด็กผู้ชายซนๆ พอได้จดจ่อกับการปั้น การใช้นิ้วมือเล็กๆ บรรจงติดชิ้นส่วนต่างๆ เขานิ่งได้นานขึ้นมากกกก กล้ามเนื้อมัดเล็กแข็งแรงขึ้น และจินตนาการของเขามันพรั่งพรูออกมาแบบไม่มีขีดจำกัด นี่แหละค่ะ คือสิ่งที่แม่ต้องการ

“ดีดี้” กับเส้นทางจิตรกรน้อย (Drawing & Painting)
ตัดกลับมาที่พี่สาวคนโตอย่าง น้องดีดี้ กันบ้าง ทางนี้เขาค้นพบตัวเองในสายเส้นและสีสันค่ะ
ดีดี้เริ่มจากการเรียน Drawing พื้นฐาน การสเก็ตช์ภาพขาว-ดำ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญมาก ที่ Global Art เขาปูพื้นฐานเรื่องโครงสร้าง แสงเงา มิติของภาพได้ดีมาก ดูจากผลงานภาพวาดหุ่นนิ่ง (Still Life) ที่ดีดี้วาดแตงโม ฟักทอง และผลไม้ต่างๆ เส้นสายดูมั่นคง การลงน้ำหนักแสงเงาก็ดูมีมิติเกินวัย
และเมื่อพื้นฐานแน่น ก็ถึงเวลาขยับขยายสู่โลกของสีสันค่ะ ดีดี้ขยับมาเรียนการวาดภาพบนเฟรมผ้าใบ (Canvas) ซึ่งดูเป็นมืออาชีพมากๆ ภาพที่แม่ชอบมากคือภาพ “ท้องฟ้ายามค่ำคืน (Galaxy Night)” ที่ดีดี้ไล่เฉดสีน้ำเงิน ม่วง ชมพู ได้ฟุ้งฝันและสวยงามมาก มีดวงจันทร์เสี้ยวและประกายดาวระยิบระยับ การได้เห็นลูกสาวนั่งอยู่หน้าขาตั้งวาดรูป (Easel) ค่อยๆ บรรจงแต้มสีลงไป เป็นภาพที่แม่เห็นแล้วใจฟูจริงๆ ค่ะ
สำหรับดีดี้ การวาดภาพที่ Global Art ไม่ใช่แค่การระบายสีให้เสร็จๆ ไป แต่มันคือการฝึก “ความละเอียดอ่อน” และ “การวางแผน” ค่ะ เขาต้องคิดก่อนว่าจะลงสีไหนก่อนหลัง จะผสมสีนี้ยังไงให้ได้เฉดที่ต้องการ ซึ่งทักษะกระบวนการคิดแบบนี้แหละ ที่จะติดตัวเขาไปใช้ได้ในทุกเรื่องของการเรียนและการใช้ชีวิต


ทำไมแม่ถึงเชียร์ Global Art?
จากประสบการณ์ตรงที่ส่งลูกเรียนทั้งสองแบบ (ปั้นและวาด) แม่ขอสรุปความประทับใจเป็นข้อๆ ตามสไตล์ The Lovely Air นะคะ:
- Respect Individual Differences (เคารพความแตกต่าง): ข้อนี้สำคัญที่สุด! ถ้าวันนั้นคุณครูหรือระบบการเรียนบังคับให้ลูฟวร์ต้องวาดรูปต่อไป ลูกคงเกลียดศิลปะไปแล้ว แต่ที่ Global Art เข้าใจว่าเด็กแต่ละคนมีความถนัดไม่เหมือนกัน การยอมให้ลูกเปลี่ยน หรือเลือกสิ่งที่เขาชอบ มันคือการเปิดประตูการเรียนรู้ที่ถูกต้องค่ะ
- Systematic Learning (เรียนรู้อย่างมีระบบ): หลักสูตรของเขาไม่ได้สอนสะเปะสะปะ แต่มีการไล่ระดับความยากง่ายที่เหมาะสมกับวัยและพัฒนาการของเด็ก ทำให้เด็กๆ ไม่รู้สึกกดดัน แต่รู้สึก “ท้าทายและทำได้” (Sense of Achievement) ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจในตัวเองได้ดีมาก
- Environment & Atmosphere (บรรยากาศที่ใช่): บรรยากาศในคลาสเรียนดูสนุก เป็นกันเอง อุปกรณ์ครบครัน ผลงานของเด็กๆ ที่โชว์อยู่เต็มห้องช่วยกระตุ้นแรงบันดาลใจได้ดีมาก
- Skills Beyond Art (ได้มากกว่าศิลปะ): สิ่งที่แม่คาดหวังและได้กลับมาจริงๆ คือ “สมาธิ” (ดีขึ้นชัดเจนทั้งคู่), “ความอดทน” (ในการทำงานชิ้นใหญ่ให้สำเร็จ), และ “ความคิดสร้างสรรค์” (กล้าคิด กล้าทำ กล้าใช้อุปกรณ์)
สุดท้ายนี้ แม่แค่อยากบอกว่า การเรียนพิเศษที่ดี ไม่ใช่การยัดเยียดสิ่งที่พ่อแม่คิดว่าดีให้ลูก แต่คือการหาสถานที่ที่ช่วย “ขยาย” สิ่งที่ลูกมีอยู่แล้วให้งดงามยิ่งขึ้นค่ะ
สำหรับบ้านเรา Global Art ตอบโจทย์นั้นได้สมบูรณ์แบบ วันนี้ดีดี้มีความสุขกับการสะบัดแปรงสร้างโลกในจินตนาการ ส่วนลูฟวร์ก็มีความสุขกับการปั้นแต่งความฝันออกมาเป็นรูปทรงที่จับต้องได้ ไม่ว่าลูกจะชอบวาด หรือชอบปั้น ปลายทางมันคือสิ่งเดียวกันค่ะ คือ “ความภูมิใจในตัวเอง” และ “ความสุข”
ใครที่กำลังมองหาที่เรียนศิลปะให้ลูก ลองแวะไปคุยกับคุณครูที่ Global Art สาขาใกล้บ้านดูนะคะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.globalart.world ไม่แน่ว่าคุณอาจจะได้ค้นพบพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ของเจ้าตัวเล็ก เหมือนที่แม่ค้นพบในตัวดีดี้และลูฟวร์ก็ได้ค่ะ
#GlobalArt #GlobalArtThailand #เรียนศิลปะเด็ก #ศิลปะเด็ก #ปั้นดินเบา #GClay #รีวิวที่เรียนพิเศษ #พัฒนาการเด็ก #TheLovelyAirReview #กิจกรรมเด็กเปิดโลกจินตนาการที่ “Global Art” เมื่อศิลปะไม่ได้จำกัดแค่ปลายพู่กัน: ค้นพบตัวตนที่แตกต่างของ

