เรื่องของเล่นกับลูกนี่เป็นของคู่กันใช่มั้ยคะ? เวลาเห็นลูกเล่นสนุก มีรอยยิ้ม คนเป็นแม่อย่างเราก็มีความสุข ยอมเปย์ไม่อั้นเพื่อพัฒนาการที่ดีของลูก แต่! ช้าก่อนค่ะแม่... จากประสบการณ์ตรงของแม่แอร์ที่ผ่านมาอย่างโชกโชน บอกเลยว่า "ของเล่นบางอย่าง ไม่เอาเข้าบ้านจะดีที่สุด!"
บางชิ้นดูไม่อันตราย แต่แผลงฤทธิ์ทำแม่กรี๊ดบ้านแตกมาแล้ว บางชิ้นทำความสะอาดจนท้อ และบางชิ้นอันตรายถึงชีวิตลูกน้อย วันนี้แม่แอร์เลยขอจัดอันดับ "Top 5 ของเล่นทำแม่กรี๊ด" มาเตือนภัยแม่ๆ กันค่ะ จะได้ไม่ต้องมานั่งกุมขมับ (หรือกุมหัวลูก) แบบแม่แอร์ ไปดูกันเลย!
อันดับ 1: ตัวต่อทรงกลมแบบเป็นซี่ๆ (ศัตรูคู่อาฆาตของเส้นผม)
แม่จ๋า... ดูรูปแล้วจำหน้าตามันไว้ให้แม่นเลยนะคะ เจ้าตัวต่อทรงกลมที่มีซี่ๆ ยื่นออกมาเหมือนไวรัสจิ๋วเนี่ย ตัวดีเลย!
มันดูเหมือนจะเป็นของเล่นเสริมจินตนาการ ต่อเป็นรูปสัตว์ รูปทรงต่างๆ ได้สนุกสนาน แต่ความพีคมันอยู่ที่ "ตอนมันเข้าไปพันกับผม" นี่แหละค่ะ! ยิ่งถ้าลูกสาวผมยาวสลวย หรือลูกชายผมหยักศก บอกเลยว่า "หายนะ" ชัดๆ ซี่เล็กๆ ของมันจะเกี่ยวพันเส้นผมอย่างเหนียวแน่น ยิ่งแกะยิ่งพัน ยิ่งดึงยิ่งเจ็บ
แม่แอร์เจอมากับตัว พยายามใจเย็นค่อยๆ แงะทีละเส้น น้ำตาตกในทั้งแม่ทั้งลูก สุดท้ายจบที่กรรไกรค่ะ!…
#GlobalClimateStrike จัดขึ้นที่สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร
กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่รณรงค์ต่อต้านภาวะโลกร้อน เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใหญ่หยุดสร้างหายนะทางสิ่งแวดล้อม และให้ทุกภาคส่วนต่อสู้กับปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยมีนักเรียนนักศึกษาพร้อมใจกันมาเดินขบวนรณรงค์ ต่อต้านภาวะโลกร้อนร่วมกับผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกทุกวันศุกร์ที่ผ่านมาค่ะ
แม่แอร์อยากให้ใครหลายคนตื่นตัวต่อปัญหาโลกร้อน หรือวิกฤตสภาพอากาศในปัจจุบันอย่างจริงจังกันมากขึ้นนะคะ ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่สู้เพื่อโลกใบนี้... ขอส่งต่อข้อความว่า "เราอย่าเพิกเฉยต่อวิกฤตสภาพอากาศโลกร้อน และการรับมือกับโลกร้อนต้องไม่ใช่แค่การเลิกใช้ถุงพลาสติก" ค่ะ
ซึ่งงานนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก "เกรตา ธันเบิร์ก" #GretaThunberg เด็กหญิงนักเคลื่อนไหวชาวสวีเดนวัย 16 ปี ที่หยุดเรียนทุกๆ วันศุกร์ เพื่อประท้วงวิกฤตโลกร้อนที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เยาวชนในหลายประเทศทั่วโลกลุกขึ้นมาเรียกร้องเพื่อโลก
โดยการเดินขบวนรณรงค์ต่อสู้กับปัญหาภาวะโลกร้อนครั้งแรก จัดเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2562 ถือว่าเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่มีเด็กนักเรียนและผู้ใหญ่จาก 150 ประเทศทั่วโลก ในหัวเมืองต่างๆ กว่า 5,000 แห่ง และหลายเมืองทั่วเอเชียก็เริ่มจัดกิจกรรมแบบเดียวกัน อาทิในกรุงโซล กรุงเทพฯ กรุงมะนิลา หลายเมืองของอินเดีย และอินโดนีเซีย
สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ทุกคน วันนี้แม่แอร์ขอหยิบเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามมาแชร์กัน นั่นก็คือเรื่อง "ผิวของลูกน้อย" ค่ะ ทราบกันดีอยู่แล้วใช่ไหมคะว่าผิวของเด็กแรกเกิดนั้นบอบบางและระคายเคืองง่ายมากๆ การเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวให้ลูกจึงเป็นเรื่องที่แอร์ให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งเลยค่ะ
วันนี้แอร์เลยอยากแนะนำผลิตภัณฑ์ที่แอร์ใช้กับน้องลูฟวร์และน้องดีดี้แล้วประทับใจมาก นั่นคือ Aveeno Baby (อาวีโน่ เบบี้) แบรนด์ที่คุณแม่หลายคนอาจจะคุ้นหู เพราะเป็นแบรนด์อันดับ 1 ที่กุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังในอเมริกาแนะนำค่ะ
ทำไมแม่แอร์ถึงเลือก Aveeno Baby?
จุดเด่นที่ทำให้แอร์หลงรัก Aveeno Baby คือความอ่อนโยนที่เป็นธรรมชาติค่ะ ผลิตภัณฑ์ของเขามีส่วนผสมหลักจาก "ข้าวโอ๊ตธรรมชาติ" (Oatmeal) ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่นในการช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวได้ยาวนานถึง 24 ชั่วโมง ที่สำคัญคือ:
ปราศจากสารระคายเคือง: ไม่มีพาราเบน (Paraben) และพาทาเลต (Phthalates)
สูตรอ่อนโยน: สบู่เหลวไม่มีสารสบู่ (Soap-free) ทำให้ผิวไม่แห้งตึงหลังอาบน้ำ
ไม่แสบตา: อ่อนโยนเหมือนน้ำเปล่า อาบสระได้สบายใจ ลูกๆ ไม่ร้องไห้งอแงแน่นอนค่ะ
เลือกสูตรไหนดี? แอร์สรุปมาให้แล้วค่ะ
Aveeno Baby มีสูตรที่ตอบโจทย์ผิวลูกน้อยที่แตกต่างกัน แอร์ขอแบ่งปันเคล็ดลับการเลือกใช้ตามนี้เลยค่ะ:
1. สำหรับผิวธรรมดา - ผิวบอบบาง…
ตื่นเช้ามาเปิดม่านช่วงนี้ เห็นฟ้าขมุกขมัวแล้วใจคอไม่ดีเลยใช่ไหมคะ? บรรยากาศที่เหมือนหมอกยามเช้า แต่จริงๆ แล้วมันคือ "ฝุ่นพิษ PM2.5" แขกไม่ได้รับเชิญเจ้าเดิมที่แวะกลับมาเยี่ยมเราทุกปี และทุกครั้งที่ค่าฝุ่นพุ่งสูง คนเป็นแม่อย่างเราคือกังวลที่สุด เพราะเรารู้ดีว่าปอดเล็กๆ ของเจ้าตัวแสบที่บ้านยังไม่แข็งแรงเท่าผู้ใหญ่ แถมผิวหนังเขาก็บอบบาง ไวต่อสิ่งกระตุ้นสุดๆ
งานนี้แม่ขอเปิดโหมด "การ์ดอย่าตก" ค่ะ! จะยอมให้ฝุ่นจิ๋วมาทำร้ายสมาชิกในบ้านไม่ได้เด็ดขาด วันนี้แม่เลยสรุป 10 วิธีเอาตัวรอดในวิกฤตฝุ่น ที่คัดมาแล้วว่าเวิร์ก ปฏิบัติจริงได้ และเหมาะกับไลฟ์สไตล์บ้านเรา มาแชร์ให้ทุกคนเตรียมรับมือไปพร้อมกันค่ะ
1. หน้ากาก N95 ไอเทมกันตายที่ "ต้องมี"
เรารู้กันดีว่าหน้ากากอนามัยธรรมดาเอาฝุ่นจิ๋วไม่อยู่ค่ะ เวลาจะออกจากบ้าน หรือต้องพาลูกไปโรงเรียนในวันที่แอปฯ แจ้งเตือนสีแดงเถือก หน้ากาก N95 คือสิ่งที่แม่ต้องหยิบให้ทุกคนใส่เป็นอันดับแรก เพราะเขาออกแบบมาให้แนบสนิทกับหน้าและกรองฝุ่นละเอียดได้จริง
ทริคฉบับแม่: เข้าใจค่ะว่า N95 บางทีก็หาซื้อยาก หรือบางทีลูกๆ ก็บ่นอึดอัด ถ้าฉุกเฉินจริงๆ แม่แนะนำให้ใช้หน้ากากอนามัยปกติ แต่ "ซ้อนกระดาษทิชชู 2 ชั้นไว้ด้านใน" ช่วยเพิ่มเลเยอร์การกรองได้อีกนิด ดีกว่าใส่ชั้นเดียวเพียวๆ แน่นอนค่ะ แต่ถ้าหา N95…
มาเก๊า (Macao) เป็นอีกเมืองที่น่าไปเที่ยว เที่ยวใกล้ๆ ไฟล์ทบินก็สั้นใช้เวลาเดินทางแค่ 2 ชั่วโมง ใครว่าเด็กเที่ยวไม่ได้… เมืองมาเก๊าเค้าก็มีอะไร ๆ ที่เด็กและครอบครัวก็เที่ยวสนุกได้เหมือนกันนะคะ ทริปนี้ครอบครัวแอร์ไปเที่ยวกันทั้งหมด 5 วันค่ะ เที่ยวกันเองด้วยค่ะ เดินทางไปตั้งแต่วันที่ 22-26 Dec 2018 โดยสายการบินแอร์เอเชีย
Day 1: กรุงเทพฯ → สนามบินนานาชาติมาเก๊า (Macao International Airport)
เราออกเดินทางจาก กทม. ไฟล์ทบินเวลาประมาณ 10 โมงกว่าๆ ค่ะ พอถึงมาเก๊าเราก็เอาของเข้าไปเก็บที่พักกันก่อน ระหว่างที่ลงจากเครื่องออกจากสนามบินเพื่อขึ้น Taxi ขอเล่านิดหนึ่งว่า ตอนที่เรียก Taxi จะไปที่พักมันแสนลำบากค่ะ.. คนขับ Taxi ไม่พูดอังกฤษไม่เท่าไหร่นะคะอันนั้นพอรู้ แต่หนักกว่าคือส่งชื่อโรงแรมพร้อมภาพนางอ่านภาษาอังกฤษไม่ได้ กรี๊ด… หรือนางไม่อยากไป เรียกไป 5 คันตรงจุดขึ้น Taxi ไม่ไปซักคัน คืออะไร สุดท้ายต้องขอความช่วยเหลือ หาคนจีนที่พูดอังกฤษได้จ้า……
มาต่อวันที่ 3 กันเลยไปไหนกันบ้าง…
DAY 3: TAIPA ย่านกุนฮา (Cunha Street) → Studio City Macao → KID’S CAVERN → ดูโชว์ THOMAS & THE LITTLE BIG CLUB ALL STARS
ตื่นเช้าหน่อย แอร์พาเด็กๆ นั่ง Taxi มาฝากท้องทานอาหารเช้ากันที่นี่ค่ะ ย่านกุนฮา (Cunha Street) เป็นอีกย่านช้อปปิ้งที่รวมเอาของดังทุกอย่างมาไว้ ย่านนี้พอเดินกินชิมสนุกได้นะคะ Egg tart หรือพวก Pork Chop Bun อาหารสไตล์โปรตุเกส ขนมปังแบบดั้งเดิมสอดไส้เนื้อหมูสไตล์มาเก๊าก็สามารถหาทานได้ที่นี่
น้องดีดี้น้องลูฟวร์ ขอกิน Egg tart กันหน่อยนะคะ มาถึงมาเก๊าแล้วน่า…
โซนนี้เราก็เดินตามตรอกซอกซอยเข้าไปได้เลยนะคะ แต่ละซอยก็จะมีร้านขายอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึกอยู่ค่ะ
ภายใน สตูดิโอ…
พาเที่ยวคาเฟ่ชิค ๆ ฟาร์มสเตย์ มีสไตล์ ที่คนกรุงต้องไป •"บ้านนอกคอกนา เขาใหญ่"• #ร้านกาแฟน่ารัก#ถ่ายรูปสวย ค่ะ ที่นี่นะเค้าจะแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ โซนที่พัก ซึ่งจะอยู่ด้านใน มองเข้าไปแอบดูดีนะคะ ออกแบบได้เข้ากับธรรมชาติผสมผสานกันกับความทันสมัย แอบไปส่องเพจมา น่ามาพักมากเลย ส่วนโซนร้านกาแฟ จะอยู่ด้านหน้าเลยค่ะ เค้ามีอาหารอีสาน ข้าวเหนียว ส้มตำให้สั่งทานกันด้วยนะคะ โดยรวมบรรยากาศดีค่ะ พายเรือได้ด้วย ชอบ ๆ ไม่เบื่อเลย อารมณ์บ้านนา สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด แนะนำให้ไปช่วงเช้าเลย หรือบ่ายถึงช่วงเย็น ๆ จะได้ไม่ร้อน...
เอาสุ่มไก่ทอด....มาสุ่มหัวตัวเองเลยหรอลูกกกก
พยายามจะฮิปสเตอร์ ว่าแต่ฮิปสเตอร์คืออะไร? น้องลูฟวร์กล่าว... 55
เล่น เป่า ยิ้ง ฉุบ ระหว่างรออาหาร
ถ้าคิดถึงความสุขให้กลับ "บ้านนอก"
เค้กมะพร้าวค่ะ พอเค้กมาวางปุ๊ป เด็กตักกันทันที แม่ถ่ายรูปไม่ทัน
ผัดหมี่โคราช
ทานข้าวกันค่ะ
ต้มแซ่บบบบบ
ดีดี้...…
อากาศเริ่มเย็นๆ เดินเที่ยวสบาย ช่วงนี้ลองพาลูกเที่ยวใกล้ๆ ไม่ไกลกรุงเทพฯ ไปดูความน่ารักของช้างดำน้ำผ่านกระจกใส ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีกันค่ะ แอร์เพิ่งพาครอบครัวไปมาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บ้านไหนยังไม่เคยไปสัมผัสความน่ารักของช้าง และสัตว์อื่น ๆ ลองพาคุณลูกไปตื่นตาดูช้างว่ายน้ำกันนะคะ และอีกหนึ่งโชว์ที่ต้องห้ามพลาด...ในสวนสัตว์เปิดเขาเขียว คือ พาเหรดเพนกวิน ค่ะ เสียดายที่ครอบครัวแอร์พาเด็ก ๆ ไปสวนสัตว์ช่วงบ่ายแล้ว เลยได้ดู ได้ดูแค่โชว์ช้างเพราะรอบการแสดงของช้างค่อนข้างเวลาติดกันค่ะ ไปไม่ทัน...
แนะนำว่าถ้าจะไปเที่ยวสวนสัตว์เปิดเขาเขียวกันแบบ Day Trip ให้สนุกครบทุกโชว์! ควรไปเที่ยวตั้งแต่เช้าค่ะ
รอบเวลาโชว์ช้างว่ายน้ำ ทุกวัน วันละ 2 รอบ
- รอบเวลา 10.15 น. และ 14.15 น.
- เสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพิ่มรอบพิเศษ 12.15 น.
รอบเวลา พาเหรดเพนกวิน ทุกวัน วันละ 2 รอบ
- รอบเวลา…
สวัสดีค่ะทุกคน… ทริปตะลุยโอซาก้า (Osaka) ประเทศญี่ปุ่น ของครอบครัวแอร์มาแย้ว… หลังจากดองไว้นานมว๊ากก… วันนี้ได้ฤกษ์มาเขียนสักที เล่าเลยนะคะครั้งนี้เป็นทริปคิดเร็วๆ คิดไม่นานเลยค่ะ อยากไปเที่ยวดูวันปุ๊ปก็กดจองปั๊ปค่ะ มาเร็วเคลมเร็วแค่ดูวัน รู้ว่ามีวันหยุด.. ว่าเที่ยวได้ก็พุ่งตัวทันที… รอบนี้เดินทางไปกับสายการบินแอร์เอเชียเช่นเคยค่ะ ไปกันเยอะก็จะบินประหยัดๆ หน่อย…
ทริปนี้ไปไหนบ้าง
DAY 1: สนามบินคันไซ → พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอซาก้า “ไคยูคัง” [ Osaka Aquarium KAIYUKAN ]
DAY 2: พิพิธภัณฑ์เด็กอังปังแมน เมืองโกเบ [ Kobe Anpanman Children’s Museum & Mall ] → ป้ายไฟนีออนกูลิโกะแมน [ Glico Man Neon Billboard ] → ย่านโดตมโบริ [ Dotonbori ] แหล่งช้อปปิ้งและแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของโอซาก้า
เที่ยวครั้งนี้เป็นครั้งแรกของน้องลูฟวร์ที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นเลยนะคะ…
วันนี้แอร์มีเคล็ดลับดีๆ ที่เชื่อว่าทุกบ้านต้องสนใจแน่นอน นั่นคือเรื่อง "ทำอย่างไรให้ลูกฉลาด?" แอร์เชื่อค่ะว่าพ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกแข็งแรงและมีพัฒนาการสมองที่ดี แต่พอไปอ่านทฤษฎีเยอะๆ ก็เริ่มสับสนว่าวิธีไหนดีที่สุด วิธีไหนจะตึงเครียดเกินไปไหม
สำหรับแอร์ แอร์ยึดหลักธรรมชาติค่ะ อะไรที่ดูแปลกแยกหรือฝืนธรรมชาติเกินไปแอร์ขอผ่าน วันนี้แอร์เลยสรุปเคล็ดลับง่ายๆ ที่แอร์ใช้จริงในการ "ปั้นสมองลูก" มาฝากกัน แบ่งเป็น 3 ช่วงวัยสำคัญตามนี้เลยค่ะ
1. เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง: พัฒนาสมองลูกตั้งแต่อยู่ในท้อง
ช่วงเวลาทองช่วงแรกคือตอนที่ลูกยังนอนสบายอยู่ในพุงกะทิของเรานี่แหละค่ะ (อิอิ) คุณแม่คือสิ่งแวดล้อมที่สำคัญที่สุดของลูก เพราะฉะนั้น:
แม่ต้องไม่เครียด: อันนี้สำคัญมาก! ถ้าแม่เครียด ลูกจะรับรู้ได้และอาจส่งผลให้เป็นเด็กเลี้ยงยาก ขี้งอแง พยายามหาเวลาผ่อนคลาย ทำอารมณ์ให้ดีเข้าไว้ค่ะ
กระตุ้นประสาทสัมผัส: ลูบหน้าท้องเบาๆ พูดคุยกับเขา หรือเปิดเพลงบรรเลงฟังสบายๆ ให้เขาฟัง
อาหารการกิน: ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่พอเหมาะ อย่าลืมนะคะว่าทานเยอะไป ไขมันจะมาอยู่ที่แม่แทน (อันนี้แอร์เตือนตัวเองด้วย ฮ่าๆ)
2. วัยทารก (แรกเกิด – 1 ขวบ): ความรักคืออาหารสมองที่ดีที่สุด
ช่วงเดือนแรกๆ อย่าคิดว่าลูกยังไม่รู้อะไรนะคะ สมองเขาเปิดรับการเรียนรู้ตลอดเวลาผ่านการมอง…